การปีนเขาไกรลาส: ภูเขาไกรลาสปีนได้หรือไม่?
- Catherine
- อัปเดตล่าสุด : 10/09/2025
ภูเขาไกรลาส (คังรินโปเช) เป็นยอดเขาหลักของเทือกเขา กังดีเซ ในเทือกเขาหิมาลัย ตั้งอยู่ในเขตปูหลาน มณฑลอารี ทิเบต ประเทศจีน ด้วยความสูงเพียง 6,656 เมตร (21,778 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ภูเขาไกรลาสต่ำกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกถึงกว่า 2,000 เมตร (เอเวอเรสต์สูง 8,844 เมตร) อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครเคยปีนขึ้นไปถึงยอดภูเขาไกรลาสได้เลย ภูเขาไกรลาสปีนได้หรือไม่? นี่คือเหตุการณ์ลึกลับและตำนานทางศาสนาของภูเขาไกรลาสที่อาจให้คำตอบกับคุณได้
ภูเขาไกรลาสปีนได้หรือไม่?
เทือกเขาไกรลาสได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์โดยสี่ศาสนาใหญ่ นั่นคือศาสนา บอน, พุทธศาสนาแบบทิเบต, ศาสนาฮินดู และศาสนาเชนโบราณ คำว่า 'คัง รินโปเช' ในภาษาทิเบตหมายถึง 'ภูเขาแห่งเทพเจ้า' ส่วนในภาษาสันสกฤตเรียกว่า 'ไกลาสา ปารวตะ' ซึ่งหมายถึง 'สวรรค์ของพระศิวะ' จากบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์ของอินเดียและทิเบตสันนิษฐานได้ว่าการแสวงบุญมายังภูเขาไกรลาสของมนุษย์นั้นย้อนกลับไปได้ถึง 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ในความเชื่อทางศาสนา การปีนภูเขาไกรลาสจะเป็นการลบหลู่เทพเจ้า การปีนขึ้นสู่ยอดเขาไกรลาสโดยมิได้รับอนุญาตไม่เพียงแต่จะกระตุ้นความไม่พอใจของชาวบ้านในท้องถิ่น แต่ยังทำให้ได้รับการประณามจากผู้แสวงบุญทั่วโลกอีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ ภูเขาลูกนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คน เพื่อเป็นการเคารพต่อศรัทธา จึงไม่อนุญาตให้ใครปีนขึ้นไป
ตำนานเกี่ยวกับภูเขาไกรลาส
ในพุทธศาสนา
ภูเขาไกรลาสรู้จักกันในชื่อภูเขาพระสุเมรุในคัมภีร์พุทธศาสนา พุทธศาสนาแบบทิเบตเชื่อว่านี่คือที่ประทับของพระจักรสัมวรตันตระ ผู้เป็นตัวแทนแห่งความสุขอันสูงสุด และยังเป็นสถานที่ที่ ท่านมิลาเรปะ ชนะนักบอน ตามตำนานเล่าว่า ท่านมิลาเรปะเคยปีนขึ้นสู่ยอดภูเขาไกรลาสได้ในการต่อสู้ครั้งหนึ่ง ท่านมิลาเรปะเป็นอาจารย์ของนิกายกาจูแห่งพุทธศาสนาแบบทิเบต ในปี ค.ศ. 1093 ท่านมิลาเรปะเดินทางมาถึงภูเขาไกรลาสเพื่อเผยแพร่วิธีการสอนของท่าน เนื่องจากชื่อเสียงของท่านได้แพร่หลายไปแล้ว เมื่อท่านมาถึงจึงได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากเหล่าผู้ศรัทธา สิ่งนี้ทำให้นักบอนนามนารอ บอนชุงไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองต่อสู้กันแต่หาผู้ชนะไม่ได้ จากนั้นจึงตกลงกันว่าใครที่ปีนขึ้นสู่ยอดคังรินโปเชได้ก่อนจะเป็นเจ้าของภูเขาลูกนี้ ผลคือท่านมิลาเรปะเป็นผู้ปีนขึ้นสู่ยอดเขาไกรลาสได้เป็นคนแรกและชนะการอ้างสิทธิ์ในภูเขาเพื่อพุทธศาสนา ตั้งแต่นั้นมา นารอ บอนชุงจึงได้มาอยู่และบำเพ็ญตบะบนภูเขาบอนริทางทิศตะวันออกของภูเขาไกรลาส ซึ่งเป็นที่ที่เขาสามารถมองขึ้นไปเห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ได้
ในศาสนาบอน
ศาสนาบอนเป็นศาสนาพื้นเมืองในทิเบต ในช่วงสมัยศาสนาบอน ภูเขาไกรลาสถูกเรียกว่า 'ภูเขาสวัสดิกะเก้าชั้น' สัญลักษณ์สวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์โบราณในศาสนาบอน เมื่อมองจากทางทิศใต้ของภูเขา คุณจะเห็นตราสวัสดิกะขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากร่องน้ำแข็งแนวตั้งและหินแนวนอน ว่ากันว่ามีเทพเจ้าแห่งศาสนาบอนจำนวน 360 องค์อาศัยอยู่ที่นี่ เมื่อท่านเชนราบ มิวอวะ (ท่านศาสดาแห่งบอน) เสด็จลงมาจากฟากฟ้า พระองค์ทรงประทับลงบนภูเขาลูกนี้พอดี
ในศาสนาฮินดู
ศาสนาฮินดูเรียกภูเขาลูกนี้ว่า ไกรลาส และเชื่อว่าที่นี่คือศูนย์กลางของโลก ในบรรดาเทพเจ้าหลักสามองค์ของศาสนาฮินดู พระศิวะ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ทรงพลังและมีสถานะสูงสุด ว่ากันว่าทรงประทับอยู่ที่นี่พร้อมกับพระชายา พระแม่ปารวตี ภูเขาลูกนี้อยู่ใกล้กับทะเลสาบมานสาโรวาร์ ทะเลสาบมานสาโรวาร์ก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูเช่นกัน ตามตำนานฮินดูเล่าว่าทะเลสาบแห่งนี้สร้างขึ้นจากพระทัยของพระพรหมผู้สร้างสรรพสิ่ง พื้นที่ภูเขาไกรลาสและทะเลสาบมานสาโรวาร์เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสินธุและแม่น้ำพรหมบุตร ดังนั้นผู้ศรัทธาจำนวนมากจึงเดินทางมาแสวงบุญทำ 'ไกรลาส มานสาโรวาร์ ยาตรา' เป็นประจำทุกปี
ในศาสนาเชน
ในศาสนาเชนซึ่งกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 5 และ 6 ก่อนคริสตกาล ภูเขาไกรลาสรู้จักกันในชื่อ อัษฏาวาทะ ซึ่งหมายถึงภูเขาที่สูงที่สุด นี่คือภูเขาที่ท่านฤษภนาถ (ศาสดาองค์แรกของเชน) บรรลุนิพพาน
ความลึกลับของภูเขาไกรลาส
บางคนอาจสงสัยว่าทำไมภูเขาเอเวอเรสต์ ลhotse และชโอยูจึงอนุญาตให้คนขึ้นไปถึงยอดได้ ในเมื่อพวกมันก็เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน? การปีนภูเขาศักดิ์สิทธิ์บางแห่งถูกมองว่าเป็นกิจของ 'การแสวงบุญ' ในขณะที่บางแห่งห้ามปีนขึ้นไปโดยเด็ดขาด
ในปี 1991 สมาชิกทีมสำรวจวิทยาศาสตร์ชาวจีนและญีุ่่นทั้งหมด 17 คนที่พยายามปีนภูเขาไกรลาสเสียชีวิตในหิมะถล่ม ผู้แสวงบุญจำนวนมากมองว่านี่คือการลงโทษสำหรับการลบหลู่
อีกหนึ่งความลึกลับเกี่ยวกับภูเขาไกรลาสคือ 'เชอโม' เชอโมหมายถึงมนุษย์ป่าในภาษาทิเบต ในปี 1996 ทีมปีนเขาชาวจีนและเกาหลีพยายามปีนภูเขาไกรลาส ในระหว่างทาง ทีมชาวจีนพบรอยเท้าประหลาดเป็นแนวยาวและได้ถ่ายภาพไว้ นั่นคือเชอโม ในประวัติศาสตร์ เยอรมนีเคยจัดเดินทางไปทิเบตสองครั้ง ครั้งแรกเพื่อสำรวจต้นกำเนิดของเผ่าอารยัน และชาวอารยันที่นี้อาจหมายถึงสิ่งที่เรียกว่าเชอโมนั่นเอง
ในระหว่างการสำรวจภูเขาไกรลาสครั้งหนึ่งในปี 1998 ทีมพยายามจะขึ้นไปถึงยอดภูเขาไกรลาส แต่ได้ยอมเลิกตามคำแนะนำของพระภิกษุ ต่อมาพวกเขาได้ทราบว่ามีนักปีนเขาสี่คนเคยขึ้นไปถึงยอดหนึ่งของเทือกเขาไกรลาส และพวกเขามีอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ ภายในหนึ่งหรือสองปี
ภูเขารูปทรงพีระมิดที่ปีนได้ยาก
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปีนได้ยากคือลักษณะรูปทรงพีระมิดและสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของภูเขาไกรลาส รูปลักษณ์ของหิมาลัย ไกลาสา ปารวตะ (ภูเขาไกรลาส) นั้นแปลกประหลาดและงดงามตระการตา มันไม่ใช่ภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่มีเพียงยอดเขาไกรลาสที่ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งเปล่งประกายแสงเรืองรองแปลกตาตลอดทั้งปีภายใต้แสงอาทิตย์ ยิ่งไปกว่านั้น ยอดภูเขาไกรลาสมีรูปร่างคล้ายพีระมิด และทั้งสี่ด้านมีความสมมาตรอย่างมาก ดูเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงขึ้นสู่ท้องฟ้า แตกต่างไปจากยอดเขารอบข้างโดยสิ้นเชิง ดังนั้นทางลาดของภูเขาจึงเกือบจะตั้งฉาก และลมที่พัดแรงก็ทำให้แทบจะยืนอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลยังทำให้การปีนเขาทำได้ยากยิ่งขึ้น
การแสวงบุญภูเขาไกรลาส
เนื่องจากภูเขาไกรลาสไม่สามารถปีนได้ คนส่วนใหญ่จึงเลือกทำ 'ไกรลาส ยาตรา' (การเดินวนรอบภูเขาไกรลาส) เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าเมื่อผู้แสวงบุญมาที่นี่เพื่อเดินวนรอบภูเขา พวกเขาสามารถชำระบาปตลอดชีวิตได้ การทำไกรลาส ยาตรา 10 ครั้งสามารถช่วยให้คุณรอดพ้นจากความทุกข์ในนรกได้ตลอดการเกิด 500 ชาติ การทำไกรลาส ยาตรา 100 ครั้งสามารถบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้าและขึ้นสู่สวรรค์ได้ในชาตินี้ การทำไกรลาส ยาตรา วนรอบภูเขา 1 ครั้งใน 'ปีม้า' ซึ่งเป็นปีที่พระศากยมุนีประสูติ จะเพิ่มพูนบุญกุศลขึ้น 12 เท่า ซึ่งเทียบเท่ากับการทำไกรลาส ยาตรา 13 ครั้งในปีนักษัตรอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นวิธีเพิ่มบุญที่ได้ผลที่สุดอีกด้วย
ตอบอีเมลภายใน 0.5~24 ชั่วโมง
