เจดีย์ห่านป่า (Big Wild Goose Pagoda)
เจดีย์ห่านป่าเป็นสัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมโบราณที่เก่าแก่แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ชานเมืองใต้ของซีอาน ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร (2.5 ไมล์) เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมกับสถานที่อื่นๆ ตามเส้นทางสายไหมโบราณ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2014
วัดต้าซือเอินเป็นส่วนหลักของพื้นที่ โดยมีเจดีย์ห่านป่าเป็นโครงสร้างหลัก ทั้งสองแห่งร่วมกันเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในยุคราชวงศ์ถัง และยังคงเป็นแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมของซีอานมาจนถึงทุกวันนี้
เจดีย์ห่านป่า
เจดีย์ห่านป่าสร้างขึ้นในปี 652 (ค.ศ.) สมัยราชวงศ์ถัง โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บรักษาพระไตรปิฎกและวัตถุทางพุทธศาสนาที่นำมาจากอินเดียในสมัยของพระถังซัมจั๋ง
เดิมทีเจดีย์ห่านป่าสูง 60 เมตร (197 ฟุต) มี 5 ชั้น ปัจจุบันมีความสูง 64.5 เมตร (211.6 ฟุต) และมี 7 ชั้น ภายนอกเจดีย์มีลักษณะเป็นพีระมิดสี่เหลี่ยม เรียบง่ายและสง่างาม ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา สร้างด้วยอิฐจึงมีความแข็งแรงมาก ภายในเจดีย์มีบันไดวนขึ้นไปด้านบน ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเดินขึ้นจากประตูโค้งทั้งสี่ด้านของแต่ละชั้น เพื่อชมทิวทัศน์รอบเมืองจากมุมสูง ภายในยังมีรูปสลักฝีมือของเหยียน ลี่เปิ่น จิตรกรชื่อดังแห่งราชวงศ์ถัง และศิลาจารึกของนักปราชญ์ชื่อก้อง ทำให้เจดีย์แห่งนี้ดูสง่างาม
สำหรับที่มาของชื่อเจดีย์ห่านป่านั้น มีตำนานเล่าว่า ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาสายมหายาน มีอยู่สองนิกาย คือนิกายหนึ่งห้ามฉันเนื้อสัตว์ ส่วนอีกนิกายอนุญาต วันหนึ่ง ภิกษุในนิกายที่อนุญาตหาซื้อเนื้อสัตว์ไม่ได้ มีภิกษุรูปหนึ่งเห็นฝูงห่านบินผ่านมา จึงกล่าวว่า "วันนี้พวกเราหาเนื้อไม่ได้ ขอให้พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเมตตาประทานเนื้อให้พวกเราบ้าง" ทันใดนั้น ห่านตัวนำก็ร่วงลงมาตาย ภิกษุทั้งหมดตกใจกลัว พวกเขาเชื่อว่าพระโพธิสัตว์แสดงปาฏิหาริย์เพื่อให้พวกเขามีศรัทธามากขึ้น ดังนั้นจึงสร้างเจดีย์ขึ้นบนจุดที่ห่านตกลงมา และเลิกฉันเนื้อสัตว์ แล้วตั้งชื่อเจดีย์นี้ว่า เจดีย์ห่านป่า
วัดต้าซือเอิน
วัดต้าซือเอินเคยเป็นวัดหลวงในสมัยราชวงศ์ถัง สร้างขึ้นครั้งแรกในปีที่ 22 ของรัชศกเจิ้งกวน (ปี 648) โดยองค์ชายหลี่จื้อ (ต่อมาคือจักรพรรดิถังเกาจง) เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระราชมารดา จักรพรรดินีเหวินเต๋อ วัดแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของนิกายฝ่าซี่ยง (โยคาจาร) ของพุทธศาสนา ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด วัดมีพื้นที่กว้างขวางถึง 342 หมู่ (ประมาณ 22.8 ไร่) มีห้องทั้งหมด 1,897 ห้อง นับเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฉางอานสมัยราชวงศ์ถัง พระถังซัมจั้งเคยเป็นเจ้าอาวาสและแปลพระสูตรที่นี่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในสมัยนั้น